ประเทศไทย

ระวัง! ผีการเมือง

วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2551

การเพิ่มม็อบและสลายม็อบ (เอา!ขัดแย้งกันเข้าไป…)

มาอีกม็อบ (สีแดงคุณคงรู้ว่าพวกไหน)





(สมุนเอกของเหลี่ยม ห้อยใหญ่ แห่งอีสาน แม้แต่เหลิมยังขยาด)

"กลุ่มเพื่อนเนวิน" ตั้งวอร์รูมหนุน "สมัคร" นั่งนายกฯ ไฟเขียว "นปก."จัดเวทีคู่ขนานพันธมิตร "ณัฐวุฒิ" ประกาศเตรียมลั่น "ฆ้องชัย" นปก.(กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ)กว่า 2 พันยึดสนามหลวงลั่นชุมนุมยืดเยื้อ ยันไม่เคลื่อนไปเผชิญหน้ากัน "ชินวัฒน์" ประสานแกนนำ ตจว.ขนคนสมทบ เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 สิงหาคม นปก. ได้เคลื่อนไหวต่อต้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยเปิดเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผู้เข้าร่วมหลายพันคน ส่วนใหญ่ใส่เสื้อสีแดง หรือมีผ้าพันคอสีแดงเป็นสัญลักษณ์ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำ นปก. กล่าวว่า จุดประสงค์ของการชุมนุมครั้งนี้มี 3 ประการ คือ

1.สนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
2.ให้มีการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มพันธมิตร
3.เป็นการประกาศว่า ประชาชนไม่ได้เห็นด้วยกับกลุ่มพันธมิตรทั้งหมด


Nevin who supports Samak to be thr Prime Minister allow the Democracy to opposing autrocacy supporting group (NPG) that have more than 2000 people to congregate at Sanamluang park for opposing allies of people for democracy at 17.00 o’clock 30 August 31, 2008. Most of member of NPG wear red shirt
Mr. Chinnawat Haboopad, the leader of NPG said that
there are 3 objectives for congregating

1 To support the government from the election
2 To rule the law for allies group
3 Announce that somebody don’t agree with alliance group


และการสลายม็อบของผู้พิทักสันติราชที่หลายๆคนให้ความเคารพ



















































ไหนหละที่บอกจะใช้วิธีที่นุ่มนวล นี่หรือความนุ่มนวลของนายก?
Is solution of soft ?

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551

อนาคต กับ ศาล

จากที่ ประท้วงมายาวนาน จนบ้านเมืองเริ่มวุ่นวาย
พันธมิตรฯ ใกล้ถึงทางตัน ศาลสั่งไม่ทุเลาบังคับคดี
ศาลแพ่งมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี
ตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
แต่รับคำร้องอุทธรณ์ไว้พิจารณา
"ให้ศาลอาญา เพิกถอนหมายจับ 9 แกนนำพันธมิตรฯในข้อหาเป็นกบฎ"
การบุกยึดรัฐสภาของกล่มพันธมิตร
ได้ทำให้คนส่วนใหญ่มองกลุ่มพันธมิตรดูแย่ลง
นอกจากทางด้านของสังคมแล้ว
ด้านกฎหมาย ศาลก็ยังคงตัดสินให้ผิดตามข้อกล่าวหา
คราวนี้กลุ่มพันธมิตรจะอยู่ หรือไปก็คงต้องขึ้นอยู่กับศาลอุทธรณ์ต่อไป
ถ้าศาลอุทธรมีคำสั่งให้ยกฟ้อง
คุณคิดว่าอนาคตของกลุ่มพันธมิตรจะเป็นอย่างไร
A chaos in the social is solving from ruling.
The court judges a case by reject about
reduce a punishment but it takes an appeal
(PAD want cancel about a judge of The Criminal Court
that is 9 leaders of PAD is a rebel)
from The People's Alliance for Democracy (PAD)

In social, Trespassing of PAD into the parliament
that is effect with image.
The most people have confusion about action of PAD.
In the law, the civil court
agrees with ruling of The Criminal Court.
While the PAD take an appeal to the court, it is an important
in determine way of PAD in the future.

If judgment is agreed by The Court of Appeals,
what happen with the PAD?

ใครจะอยู่ใครจะไปก่อนกันน่ะ...



วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2551

คุณคิดว่า คนไทยทะเลาะกัน เพื่ออะไร

Do you think that Thai people dispute for?
for society ?
for them benefit?
เมื่อคนเราเริ่มมีความคิดที่ต่างกันก็จะไม่ฟังความคิดเห็นของฝ่ายตรงข้าม
จนนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งทางสังคม
ทำให้เกิดการประท้วงเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ของแต่ล่ะฝ่าย
ตอนนี้ประเทศไทย เกิดการประท้วงทุกๆเดือน
เนื่องจากคนไทยมีความขัดแย้งกันเอง จึงทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย
Protest-> traffic Jam-> extravagant Gasoline->
increase in pollution Grobal warming-> Ice thaw
-> flood-> People to be die
คนยกขบวนประท้วง->ทำให้รถติด->เปลืองน้ำมัน->เพิ่มมลภาวะเป็นพิษ
->เกิดภาวะโลกร้อน->น้ำแข็งขั้วโลกละลาย->น้ำท่วม->คนตาย(หนีน้ำท่วมไม่ทัน)
ถ้าคนเราขัดแย้งกันเอง สุดท้ายแล้ว ก็ไม่เหลืออะไร
สู้มาทำให้ทุกวันเป็นวันที่มีความสุขจะดีกว่า
คุณคิดว่า คนไทยทะเลาะกันแล้วมาประท้วงกันเอง
เพื่ออะไร?
เพื่อผลประโยชน์?
เพื่อ สังคม?

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2551

กระแส เชี่ยวกรากของการเมืองตอนนี้นอกจากประเด็นเรื่อง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร พร้อมครอบครัวหนีคดีไปอยู่ประเทศอังกฤษ พร้อมออกแถลงการณ์ทิ้งระเบิดลูกใหญ่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมของเมืองไทย เอาไว้แล้ว

อีกเรื่องที่กำลังร้อนแรงไม่แพ้กันคือกรณี "ยุบพรรค" เพราะทำไปทำมาพรรคการเมืองระดับ "ท็อปทรี" ของเมืองไทย อาจโดนข้อหานี้กันถ้วนหน้า!??

พรรคใหญ่ที่กำลังพิจารณากันอยู่มีพลังประชาชน และชาติไทย แกนหลักของรัฐบาล

ที่ จ่อคิวต้องลุ้นอยู่คือ "ประชาธิปัตย์" เพราะต้องรอ กกต. พิจารณา "ใบแดง" ของ นายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.สัดส่วน และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกกล่าวหาว่าแจกบัตรชมภาพยนตร์ฟรีให้ชาวบ้าน

หากอนุกรรมการสืบสวนฯ ของกกต. สรุปว่าผิดจริงและแจกใบแดง จะเข้าข่ายต้องถูกยุบพรรคเช่นเดียวกับรายอื่นๆ

จุดไคลแมกซ์สำคัญอยู่ตรงการตัดสินความผิดของนายวิฑูรย์ ซึ่งจะคาบเกี่ยวและพัวพันในหลายๆ เรื่องสำคัญที่จะตามมา

รวมถึงข้อกล่าวหากระบวนการยุติธรรม ของพ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย!??

ก่อน อื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ข้อกล่าวหาของพ.ต.ท.ทักษิณ ฝ่ายหนุนระบุว่าน่าจะไม่เกี่ยวข้องถึง "ศาล" แต่เป็นขั้นตอนก่อนหน้านั้นมากกว่า เพราะทุกกระบวนการตั้งขึ้นมาโดยคมช.

ก่อนหน้านี้หากจำกันได้เมื่อช่วงการเลือกตั้งจบใหม่ๆ พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคโดนใบเหลือง ใบแดงกันระนาว จนลามมาถึงคดียุบพรรค

จะมีก็เพียงประชาธิปัตย์ ที่แทบไม่ได้รับผลกระทบเลย

ขนาด หัวคะแนนของส.ส.คนหนึ่งถูกจับพร้อมเงินสดนับล้านบาท และรายชื่อชาวบ้าน แต่ส.ส.ลูกพี่ของหัวคะแนนดังกล่าว ยังได้แค่ใบเหลืองเท่านั้น!??

มาถึงรายของนายวิฑูรย์ ก็เช่นกัน ไม่ว่าหวยจะออกหน้าไหน คงมีผลกระทบไม่น้อย

หาก ได้เพียงใบเหลือง ข้อกล่าวหาเรื่อง "มือที่มองไม่เห็น" คงกระหึ่มขึ้นมาอีก เพราะช่วงเลือกตั้งทราบกันดีว่า พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการช่วยเหลืออย่างสุดลิ่มทิ่มประตู เพื่อสกัดพลังประชาชน

แต่หากได้ใบแดง ก็เข้าสู่กระบวนการยุบพรรค เช่นเดียวกับพลังประชาชนและชาติไทย

หากโดนยุบหมดทุกพรรค คงเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก บุคลากรการเมืองชั้นนำของประเทศ จะถูกดองเค็มถึง 5 ปี คงไม่เป็นผลดีกับเมืองไทยแน่

และหากไม่ยุบ ก็ต้องไม่ยุบทั้งหมด เพราะหากมีพรรคใดพรรคหนึ่งรอด โดยเฉพาะเป็นประชาธิปัตย์ แม้จะรอดเพราะไม่ได้ทำผิดจริงๆ

แต่ก็จะยิ่งทำให้น้ำหนักข้อกล่าวหาของพ.ต.ท.ทักษิณ บนเวทีโลกหนักแน่นขึ้น!??

ส่วนจะออกหน้าไหน และผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร คงต้องตามดูกันอย่างใกล้ชิด

วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6472 ข่าวสดรายวัน

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2551

วิปรัฐบาลล็อบบี้ถอน กม.จัดการกลุ่มชุมนุม


ที่รัฐสภา นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวก่อนเข้าประชุมวิปรัฐบาล เพื่อทบทวนร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ ก่อนเข้าสู่วาระการพิจารณาในที่ประชุมสภาว่า ได้เชิญนายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคพลังประชาชน ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าวว่าจะเลื่อนออกไปก่อนได้หรือไม่ เพราะทางวิปรัฐบาลยังไม่เห็นรายละเอียด แต่การจะถอนร่างกฎหมายหรือไม่เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. การพิจารณาของวิปรัฐบาลจะต้องฟังกระแสและเสียงสะท้อนจากสังคมด้วย ส่วนการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 50 นั้น ยืนยันว่าฝ่ายรัฐบาลจะเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หลังวันที่ 18 ส.ค.นี้ หลังคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้ เพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 พิจารณาเสร็จ คาดว่าจะแก้ไขเสร็จภายในสมัยประชุมนี้แน่นอน เพราะแก้เฉพาะประเด็นที่ความคิดตกผลึกไม่มีปัญหาไปก่อน ส่วนประเด็นไหนมีปัญหาต้องศึกษาต่อ โดยตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาสนทนากันให้หลากหลาย ให้ สังคมตกผลึกทางความคิดก่อน เพราะหากรอแก้ไขหมดทั้งฉบับก็คงไม่ได้แก้ไข ส่วนที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานวิปฝ่ายค้าน มีแนวคิดว่าน่าจะทำไปพร้อมกัน แต่ถ้าทำไปพร้อมกัน ประเด็นไหนที่ง่ายก็จะพลอยติดไปด้วย ไม่ได้รับการแก้ไข

ชี้รัฐบาลเข้าตำราเกลียดตัวกินไข่
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบการ ชุมนุมในที่สาธารณะว่า อยากฟังความเห็นของรัฐบาลต่อกรณีดังกล่าว แต่ที่น่าสังเกตคือรัฐบาลมีท่าทีรังเกียจรัฐธรรมนูญ 2550 มาโดยตลอด ที่กลับอาศัยมาตรา 63 เพื่อให้รองรับการออกร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุม เหมือนกับว่ารัฐบาลเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง ชัดเจนว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นการสกัดการชุมนุม และการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน ส่วนกรณีที่นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานวิปรัฐบาล จะยื่นแก้ รัฐธรรมนูญหลังวันที่ 18 ส.ค. โดยไม่รอผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการบังคับใช้ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ในฐานะ กมธ.ชุดดังกล่าว ไม่รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าเป้าหมายของรัฐบาล คือเร่งรัดแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะแก้มาตราที่เกี่ยวข้องกับคดีการทุจริตสมัยรัฐบาลทักษิณ โดยตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้น เพื่อลดกระแสการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตนเองเท่านั้น ทั้งนี้ต้องขยายเวลาศึกษารัฐธรรมนูญแน่นอน โดยส่วนตัวคิดว่าเบื้องต้นควรจะขยายเวลา 30 วัน เนื่องจากคณะอนุ กรรมาธิการชุดที่ 3 ซึ่งศึกษาในหมวดที่ 3 เรื่องที่เกี่ยวกับรัฐมนตรี รัฐสภาและศาลยังศึกษาไม่เสร็จ


วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

อดีตอธิการบดี มธ.ชี้พฤติกรรม สมัคร เปลี่ยนไป อาจไม่ยอมเป็นนอมินีใคร


รัฐสภา 28 ก.ค.- อดีตอธิการบดี มธ. มองการเมืองไทยอาจถึงทางตัน ห่วงความแตกแยกของคนในประเทศมากสุด เชื่อการปฏิวัติรัฐประหารจะเกิดขึ้นอีกแน่ ชี้พฤติกรรม “สมัคร” เริ่มเปลี่ยนไป อาจไม่ใช่นอมินีของใครก็ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดงานวันแห่งการเรียนรู้ร่วมกันของสำนักงานขึ้น โดยเชิญ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตคณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาบรรยายพิเศษหัวข้อ “การเมืองกับรัฐธรรมนูญ”

นายชาญวิทย์ กล่าวตอนหนึ่งว่า มุมมองของ นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกี่ยวกับการเมืองไทยนั้นเป็นการมองโลกในแง่ร้ายกึ่งดี คิดว่าคงจะมีทางออก แต่ตนมองว่าหากปัญหาดังกล่าวยังถูกทับด้วยกรณีเรื่องปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นหลุมดำทางการเมืองของไทยและกัมพูชามานาน ทำให้ดูเหมือนว่าการเมืองไทยอาจถึงทางตัน ความแตกแยกของคนในประเทศเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด พอ ๆ กับการเดินหน้าที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้การเมืองกับรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก เพราะเนื้อหาของรัฐธรรมนูญจะแฝงด้วยการจำกัดบทบาทของคนบางกลุ่ม บางพวกไว้ จึงขอให้ทุกคนศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองให้ดี จะทำให้ทราบว่าการปฏิวัติรัฐประหารในประเทศไทยคงยังต้องเกิดขึ้นอีกแน่นอน

นาชาญวิทย์ กล่าวด้วยว่า เมื่อไม่นานมานี้คนในแวดวงชั้นสูงมีความเชื่อว่า รัฐบาลของ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จะล้ม โดยนายสมัครจะยุบสภา แต่จากการออกรายการ “สนทนาประสาสมัคร” เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา มีการพูดเรื่องภาษาไทยและเรื่องอนุรักษ์นิยมมากขึ้น จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก

“ ต้องติดตามว่า นายสมัครชอบเลี้ยงแมว แมวมีสัญชาตญาณดื้อและไม่ภักดีกับใคร ดังนั้นนายสมัคร อาจเป็นนอมินีหรือไม่เป็นนอมินีของใครก็ได้” นายชาญวิทย์ กล่าว และว่าในอดีตสังคมไทยจะมีลักษณะโดดเด่นอย่างหนึ่ง คือ ฉลาดในการประสานประโยชน์ มีความประนีประนอม หรือเกี้ยเซี้ยสูง แต่มาถึงบัดนี้ตนไม่แน่ใจเสียแล้วว่าสังคมไทยจะเกี้ยเซี้ยกันได้หรือไม่ ไม่แน่ใจว่าตุลาการภิวัตน์จะบรรเทาปัญหาทางการเมือง และทำให้เป็นที่พึงพอใจของทุกคนได้หรือไม่.
-สำนักข่าวไทยอัพเดตเมื่อ 2008-07-28 17:49:55